montreal

หนาวที่สุดในชีวิต

posted on 10 Dec 2006 09:28 by kaze in Kaze
หนาวที่สุดในชีวิต นี่กี่องศา...

เมื่อคืนวันพฤหัส น่าจะเป็นคืนที่หนาวสุดในชีวิต
ขณะเมือคืนวันศุกร์ ก็อุ่นขึ้นมาหน่อย แต่ก็ถือว่าหนาวอยู่ดี

ตอนที่เขียน entry นี่เป็นคืนวันเสาร์ที่ Montreal
รู้สึกว่าอุ่นขึ้นมาอีกหน่อย

สรุปว่าตอนนี้หนาวที่สุด ตอนนี้เป็น
อุณหภูมิที่ -8 องศาเซลเซียส มีลม 28 km/h และความชื้นสัมพัทธ์ที่ 70%
จะทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ที่อุณหภูมิ -18 องศาเซลเซียส !!!

*o*

Update ซะหน่อย

posted on 19 Nov 2006 00:15 by kaze in Kaze
เอิ๊กๆ ไม่ได้ update ซะนาน ทั้งๆที่อยาก update เรื่องราวที่ Canada ให้ฟังกัน
สงสัยกลับไปเมื่อไทยมีเวลาว่างๆ จะมาเรียบเรียงจากความทรงจำอันเหมือนปลาทองให้ดีก่า
entry นี้ เล่าไว้คร่าวๆ เผื่อเจ้าของบลอกจะลืม (ก็ความจำเหมือนปลาทองนี่หน่า)

จากเรื่องที่เล่าบรรยากาศของ Mont-Royal กับเที่ยวเดินตามที่ต่างๆไปบ้าง
เลยลิสต์มาให้ดูว่าไปเที่ยวไหนมาบ้างเอ่ย...

- October 21 ขึ้น Mont-Royal และเที่ยวที่ต่างๆใน Montreal ตามที่เพื่อนใหม่พาเที่ยว
อันอยู่ใน 3 บลอกก่อนหน้านี้ มีรูปด้วย
- October 22 ไป Bio Dome ซึ่งเคยใช้จัดกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว อันนี้แค่ไปดูรอบๆ
ตอนนั้นต้องเก็บตังค์ไปเที่ยว Niagara falls อยู่ (ค่ารถโคตรแพงเลย ตอนอยู่ UK จาก
London ไป Liverpool ตีเป็นเงินไทยค่ารถประมาณ 3000 บาท ใช้เวลาเดินทาง 5 ชม.
แต่จาก Montreal ไป Niagara falls ใช้เวลาเดินทาง 7 ชม. ค่ารถซัดไป 8000 บาทได้
ทั้งๆที่ค่าครองชีพที่นี่ถูกกว่า UK นะเนี่ย)
- October 28 ไปงาน Halloween ที่บริษัท อันนี้คนนอกเข้าได้ แถวฟรีตลอดงานอีก
แล้วยาวไปถึง ตี 2-3 ของวันที่ 29 ซึ่งเป็นช่วงที่เวลาเปลี่ยนพอดี (หมด DST ของซีกโลกทางเหนือ
ก็คือเข้าสู่เวลาปกติอ่ะ แต่ทางใต้พวกออสเตรเลีย จะเป็น DST พอดี คือเร็วขึ้น 1 ชม.)
- October 31 อันนี้ออกไปทานอาหารเย็น หลังเลิกงานที่ Maison Hantee
เป็นร้านอาหา่รแนวผีๆ อันนี้เจ๋งดี มีโชว์แบบผีๆ เรียกเสียง กรี๊ด จากสาวๆ ได้
เห็นแล้วน่าเอามาทำในไทยดีแฮะ
- November 5-6 สัปดาห์นี้ออกนอก Montreal ไป Quebec city (ใครที่เคยสงสัยว่า
city กับ Province ต่างกันไง ใน canada อย่าง Montreal, Quebec city จะอยู่ใน province
ที่ชื่อ Quebec หรือ Toronto อยู่ใน Province Ontario ส่วน Vancouver ก็จัดเป็น city
ที่อยู่ใน Brithish Columbia) ขึ้นเหนือจาก Montreal ไป 2-3 ชม. งานนี้ค่ารถถูกมาก
แต่ไม่บอกวิธีดีกว่า เพราะเป็นอีกธุรกิจนึงที่น่าสนใจ พอไปถึง Quebec city เฮ้อ..
มันยิ่งกว่า Montreal อีกแฮะ แม้ว่า Montreal จะเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของโลก
ที่ใช้ภาษาหลักเป็น French (อันดับ 1 คือ Paris) แต่ตามป้ายส่วนใหญ่ก็มีภาษาอังกฤษบ้าง
แถมก็พูดอังกฤษพอได้ แต่ Quebec city นี่ French ล้วนๆ ส่วนที่พักก็ไปหาเอาที่นั่นเลย
พอดีดูจากเว็บมาบ้าง เป็นที่พักถูกๆ ห้องนึงนอน 6 คน อานะ... เข้าไปในห้อง
ก็เจอฝรั่งนอนอยู่ (ชาย 2 หญิง 2) ส่วนข้าพเจ้าไปกับพี่ที่ไปด้วยกัน วิวที่นี่ก็สวยดี
- November 11 คราวนี้ไป 1 ใน 5 ที่ในต่างประเทศที่อยากไปมากที่สุด นั่นก็คือ
Niagara falls งานนี้ค่ารถไม่เสียเพราะเจ้านายออกให้ เฮอะๆๆ แต่ไปหมดใน Casino ซะนิดนึง
น้ำตกที่นี่ใหญ่ดี แถมได้เข้าไปด้านหลังน้ำตกรูปเกือกม้า House shoe falls ด้วย
น้ำตกถ้ามองจากฝั่งนี้เค้าว่ากันว่าสวยกว่ามองจากฝั่ง USA ไม่รู้ว่าจริงป่าว...
- November 12 ต่อจาก Niagara falls ก็มา Toronto เมืองที่อยู่ไม่ไกลจาก Niagara
ได้ไปขึ้น CN Tower ที่จัดว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในโลกที่คนสามารถขึ้นไปยืนได้
(มันมีสถานีส่งสัญญาณอะไรไม่รู้ของ Poland ที่สูงกว่า) และที่นี่ใครอยากวัดความกล้า
ต้องไปยืนบน glass floor ของ CN Tower มองลงไปเห็นพื้นข้างล่างอยู่ลิบๆ

ส่วนสัปดาห์นี้ คงเดินเล่นใน Montreal ต่อ เห็นในหนังสือท่องเที่ยว แล้ว
มีที่น่าเดินหลายที่พอสมควร แม้จะไม่ที่ที่ดังมากก็ตาม

....
ไปหล่ะ..


Oh Montreal

posted on 23 Oct 2006 08:06 by kaze in Kaze
ต่อจากเรื่องที่ไป Mont-Royal ตอนเช้า
พอเกือบบ่าย 1 ก็ลงมาทางหาอาหารเที่ยงที่กลางเมือง
บริเวณถนน Sainte Catherine ด้วยความเซ็งนิดๆ
เพราะกล้องแบตดันมีปัญหา ทำให้ถ่ายรูปเพิ่มไม่ได้

หลังจากกินอาหารเที่ยงเสร็จ ตอนนั้นก็ราวๆเกือบบ่าย 2 โมง
ก็ตัดสินใจว่าจะไป Place des Arts (พาร์ค เดอ ซาร์) หรือ Place of Arts นั่นแหละ
เพราะเป็นสถานที่นึงที่พวกพี่ที่มาก่อนแนะนำ

ทางเดินจากแถวที่กินอาหารเที่ยงที่ีอยู่แถวๆมหาลัย Concordia
จนถึง Place des Arts ค่อนข้างไกลเหมือนกัน
เดินผ่านความหนาวนานๆ ใบหน้าก็แสบๆเหมือนกัน เนื่องจากแห้งมาก
ทางที่เดินเป็นถนนที่ขนานกับถนน Sainte Catherine

จนมาถึงแยกก่อนถึง Place des Arts ก็เจอฝรั่งคนนึงอายุน่าจะเกิน 60
เค้าก็หันมามองอยู่หลายๆรอบเหมือนกัน
พอเดินข้ามถนนไปถึงด้านหลัง Place des Arts ฝรั่งคนนั้นก็เดินเข้ามาถาม
ว่าจะไปไหนหรือ เราก็ตอบไปว่า "Place des Arts" เค้าก็แนะนำว่า
ให้เดินไปทางฝั่งถนน Sainte Catherine ซึ่งเป็นด้านหน้าของ Place des Arts
จะมีทางลง จากนั้นเค้าก็เดินนำไป จากนั้นเค้าก็ถามว่า "เป็นคนญึ่ปุ่นใช่ไหม"
(คนญี่ปุ่นที่นี่มีเยอะมาก ดูไปดูมาน่าจะเยอะกว่าคนจีนอีก สำหรับคนเอเชียที่นี่)
เราก็ตอบไปว่า "ไม่ใช่ เราคนไทย" เค้าทำหน้าประหลาดใจแถบไม่อยากจะเชื่อ
ว่าจะเจอคนไทยใน Montreal เค้าบอกว่า กุมภาปีหน้าเค้าก็จะมาเมืองไทยอีก
เค้ามีเพื่อนอยู่เมืองไทย 2-3 คน จากนั้นเค้าก็ชี้สถานที่ต่างๆที่น่าไปให้อีก
แถมถามว่าเคยไปดู เมืองใต้ดินใน Montreal ไหม
ซึ่งจริงๆแล้วเป็นทางเชื่อตัวอาคารต่างๆใน Montreal หลายสิบอาคาร
และหลายๆอาคารก็มี ทั้งออฟฟิศ ร้านค้ามากมายอยู่ในชั้นใต้ดินเหล่านั้น
ทำให้เหมือนเป็นเมืองที่อยู่ใต้ดินจริง

สุดท้ายเค้าก็เสนอตัวพาเที่ยวให้ เค้าบอกว่า เค้าเองก็ว่างๆ
และมีโอกาสน้อยมากที่จะได้พบคนไทยใน Montreal
เค้าแนะนำตัวเองว่าชื่อ Gerry (ตอนหลังมารู้ว่า เค้าเป็นพ่อของผู้กำกับภาพยนตร์คนนึง
ในแคนาดาที่ชื่อ Denis Cote)

Gerry เริ่มจากพาเข้าไปชม Place of Arts เค้าเล่าว่าที่ Montreal เป็นเมืองแห่งศิลปะ
และความสนุกสนาน งานที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกที่จัดขึ้นที่นี่ทุกปีก็คือ
งาน Jazz festival หรือ Festival International de Jazz de Montreal
ซึ่งงานนี้จัดบริเวณ Place des Arts โดยมีเวทีการแสดงกว่า 10 เวที
นักร้อง นักดนตรีระดับโลกขึ้นแสดงกันต่อเนื่อง

ภายใน Place des Arts มีโรงละครขนาุดใหญ่ที่จุผู้ชมได้เกือบ 3 พันคน
ขนาดรองลงก็จุได้ราว 1500 คน (ดูข้อมูลได้ที่ http://www.pda.qc.ca)

หลังจากนั้นก็เดินตามทางใต้ดินมายัง Conplexe Desjardins
ซึ่งเป็นศูนย์การค้าแห่งนึง

และเดินต่อเนื่องไปยังสถานที่อีกหลายแห่ง
ที่น่าสนใจ เช่น Palais des congres ที่ด้านหนึ่งของตึกจะมีกระจกหลากสี
เวลาแสงผ่านกระจกลงสู่พื้นด้านล่างจะทำให้พื้นมีสีสันต์สวยงาม

ห้อง 1742 โรงแรม Elizabeth ที่เคยเป็นห้องพักของ John Lennon
ซึ่งหน้าห้องยังมีชื่อของ John Lennon อยู่ คนที่จะพักห้องนี้
ต้องจ่ายตังค์คืนละ 1742 เหรียญ Canada ไม่รวมภาษี เพื่อที่จะได้พัก
เหมือนกับที่ตอน John Lennon เคยพัก รวมทั้งอาหารเช้ายังเหมือนเลย

ห้องอาหารชั้นบนสุดของโรงแรม Delta เป็นห้องอาหารที่หมุนได้
เห็นวิวทิวทัศน์ของทั้งเมือง Montreal แต่น่าเสียดายตอนที่ไปมันยังไม่เปิดให้บริการ

โบสถ์ที่ภายในตกแต่งแบบเดียวกับใน วาติกัน

ถ้ามีเวลาว่างและกำลังจะเขียนเรื่องสถาที่น่าเที่ยวใน Montreal ให้ละเอียดกว่านี้แล้วกันนะ

Montreal มีที่ที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว
แต่เด่นสุดคงเป็นธรรมชาติยามนี้หล่ะมั้ง... สวยจริงๆ