Technology

แต่ก่อนก็เคยคิดว่าของดีที่ฟรี คงไม่มีในโลก แต่ที่ไหนได้ เมื่อเริ่มทำงานด้วยนโยบายของบริษัทที่ห้ามลงโปรแกรมผิดกฎหมาย รวมทั้งหากจะทำการลงโปรแกรมประเภท shareware ต้องแจ้งให้หัวหน้าทราบ ทำให้เดี๋ยวนี้ต้องพยายามหา Freeware มาใช้ แล้วก็ได้พบว่าของดีที่ฟรีก็ยังพอมีให้ใช้บ้าง
แม้มันจะไม่ได้ดีที่สุด ยกตัวอย่าง Freeware ที่น่าใช้ก็มี

โปรแกรมสำหรับบีบอัด
ตามปกติที่เห็นใช้กันก็มี Winzip, WinRAR, WinACE, PowerArchiver แต่จำไม่ได้แล้วเหมือนกันว่าตัวไหนที่ Free บ้าง แต่พอเอาไปเทียบกับพวกที่ทำเป็น commercial แล้ว อย่าง ComplexX, Zipzag ก็สู้ไม่ได้เลย ตอนนี้ใช้ IzArc อยู่ก็เข้าขั้นดีเหมือนกัน

Editor
แต่ก่อนก็ใช้ EditPlus บ้าง แต่ตอนนี้ลองใช้ PsPad รู้สึกทำอะไรได้มากกว่าเยอะ ขนาด short key พี่ท่านยังให้แก้ได้เลยง่ะ..

IDE
เพิ่งจะลองใช้ Eclipse นิดหน่อยเอง.. อันนี้เห็นคนที่เขียน Java เค้าใช้กัน
เห็น Feature ที่เค้าใช้กันก็ต้องยอมรับเลยว่าเจ๋งจริงๆ ตอนนี้ก็หา plug-in ที่ใช้กับ C/C++ มาเล่น ก็ไม่อะไรหรอก แค่อคติกับ Java นิดหน่อย ภาษาอะไรก็ไม่รู้สวยแต่รูปจูบไม่หอมเอาซะเลย Code ก็ออกมาสวยดีแต่ Performance แย่เอามากๆ พูดด้วยความรู้สึกคงไม่ได้(ตอนเรียนอยู่ เคยมีเพื่อนถูกอาจารย์ถามว่า performance เป็นยังไง มันก็ตอบว่าเร็วกว่าครับ แต่ไม่สามารถแสดงให้เห็นได้ว่าเร็วกว่าเท่าไหร่ อาจารย์ก็ให้ข้อคิดเอาไว้ว่า "เด็กอนุบาลก็บอกได้ว่ามันเร็วกว่า") ต้องลองดู
http://www.bagley.org/~doug/shootout/index3.shtml
แต่คงต้องลองเขียนบ้างเสียแล้ว ไม่รู้จะบูมอะไรกันนักกันหนา -_-"

Database Client
เฮ้อ ตอนเรียนก็ไม่ค่อยได้ยุ่งกับ Database เท่าไหร่ พอทำงานได้ใช้เยอะเลย
ตอนแรกๆ เครื่องที่ทำงานยังไม่ได้ลง Sybase SQL Advantage ก็เลยต้องหาตัวอื่นมาลง
ที่ใช้ก็เป็น CuteSQL ไม่รู้เหมือนกันว่ามีตัวอื่นที่ดีกว่านี้ไหม..

PDF Creator
แต่ก่อนก็ใช้แต่ Acrobat distriller มาเรื่อยๆ พอทำงานก็ลองหาของ Free มาใช้
ก็เจอที่น่าใช้คือ CutePDF กับ PrimoPDF แต่รู้สึกว่าตัวหลังมันสวยดี(แต่รู้สึกว่าใช้ไปสักหน่อยมันจะให้ register.. เพื่อเก็บข้อมูล)

Download manager
ปกติก็เคยชินกับการใช้ Flashget อยู่ แต่พอ check ดูก็พบว่าจริงๆแล้ว Flashget น่าจะจัดอยู่ในกลุ่ม shareware มากกว่า(ตอนให้ไม่ได้ limit เวลาใช้ แต่ถ้ามีโฆษณาก็จัดเป็น shareware ได้แล้ว) เลยต้องหาตัวอื่นๆมาลง เท่าที่ลองๆดู ยังไม่เห็นว่าตัวไหนจะเร็วเท่า Flashget แต่ตอนนี้ก็ใช้ LeechGet อยู่ ก็จัดว่าโอเคนะ มันดูสวยๆดี ที่จริง
ถ้าใช้ Wget ก็น่าจะเร็วกว่า แต่ GUI ของพี่ท่านไม่ไหวเลยจริงๆ T_T

FTP client
เท่าที่ลองใช้มา smartFTP ดีที่สุดแล้วมั้ง เร็วและก็ GUI ใช้งานสวยแล้วง่ายด้วย
แต่เนื่องจากใน license มันดันบอกว่า Free สำหรับ Education และ Personal
กรรม.. แล้วเอาตัวอื่นก็ได้ เลยหันไปใช้ FileZilla แทน.. เฮ้อ..รู้สึกจะยังมี Bug อยู่เหมือนกันนะเนี่ย

Document generator
พวกนี้ยังไม่ได้ลองใช้ตัวอื่นที่นอกจาก Doxygen เพราะยังไงก็เป็น Freeware อยู่แล้ว
ตอนนี้ก็หา plug-in มาเพิ่มเติมเท่านั้น แต่ก็ยังไม่เห็นจะเจอ plug-in สำหรับภาษา Basic ที่มันดีๆสักกะอัน เจอสำหรับ Python ก็ใช้ได้ดีแม้จะเป็นแค่ Filter ก็ตามเฮอะๆ


edit @ 2005/03/28 19:03:52

เริ่มเล่น plone ดีก่า...

posted on 06 Aug 2004 20:26 by kaze  in Technology

ช่วงนี้งานที่ทำงาน ยังไม่มีอะไรให้เครียด เพราะยังต้องรอ Specification สมบูรณ์ก่อน
ตอนนี้ก็ลองหาอะไรเล่นดู ก็เลยเอา plone มาลองเล่นดู แต่เนื่องจาก Feature พี่ท่านเยอะมาก ก็เลยต้องมาอ่าน doc ที่จริง plone มันก็คือ CMS ตัวหนึ่งนั่นแหละ แต่ก่อนก็เคยคิดจะเขียน แต่พอมาเจอพี่ plone เข้าเลย คิดว่าลองเอามาใช้และศึกษาก่อนดีก่า จะได้รู้ว่ามันมีจุดอ่อนตรงไหน ตอนที่ plone ยังไม่ออก version 2 ปัญหาเดิมของมันก็คือระบบไฟล์ของมัน แต่ตอนนี้มันแก้แล้ว เฮ้อ.. ทำยังไงถึงจะทำให้มันเจ๋งกว่ามันน๊า... ไหนๆ ก็พูดถึงมันแล้ว ก็เขียน blog ให้ look&feel เป็น style plone ดีก่า..

What is Plone ?
Plone is a free, open source Content Management System.
Plone เป็น CMS ที่พัฒนาด้วย python โดยจะต้องทำงานบน Content Management Framework(CMF) โดย CMF ตัวที่ plone ใช้ก็คือ Zope(คนละตัวกับ SOAP ที่เป็นโปรโตคอลของ Web service) (http://www.plone.org)

What is a Content Management System ?
CMS คือระบบที่ช่วยจัดการ content ต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะใช้จัดการ content บน web site และนี่ทำให้ CMS อาจจะแบ่งได้เป็น web based system และ non-web based system ซึ่ง plone ถือเป็น web based system สาเหตุที่น่าจะหา CMS มาใช้ก็เพราะว่าเวลาที่เรามีองค์กรขนาดใหญ่แล้วต้องพัฒนาเว็บ การใช้ CMS ทำให้รูปแบบของเว็บออกมาในลักษณะเดียวกัน และสามารถกำหนด permission ในการจัดการ page ต่างๆได้

What is the Content Management Framework ?
CMF คือ Framework ที่ให้บริการต่างๆแก่ CMS (http://cmf.zope.org)

Installing Plone
การ install plone ไม่ได้ยากอะไรเลย เพียงแต่ download installer ของแต่ละระบบได้จาก http://www.plone.org/download ถ้าเป็น windows ก็ง่ายหน่อย แค่ลง IIS เอาไว้แล้วลง plone ได้เลย หรือถ้าเป็น Linux ก็ลงได้เลย ซึ่งเวลาลง plone จะลง zope เอาไว้ให้เลย

เอ.. เหนื่อยและไว้เขียนต่อวันหลังดีก่า....


edit @ 2005/03/28 19:03:32

เล่น plone ภาค 2

posted on 11 Aug 2004 19:01 by kaze  in Technology

และแล้วก็พ้น probation ทั้งๆที่ไม่ได้ทำงานอะไรให้กับบริษัทเลย -_-"
ช่วงนี้ก็ได้งานบ้างแล้ว แต่ requirement ยังไม่สมบูรณืสักเท่าไหร่
ตอนนี้ก็หา Documentation System มาเล่นอีก
เพราะ doxygen ไม่มี Filter ที่ใช้กับ source actuate ส่วนที่เป็นภาษา Basic อ่ะ
นี่ก็เล่น plone ต่ออีกนิดหน่อยเอง

What is Zope ?
Zope เป็น open source web application server หนึ่งซึ่งถูกเขียนด้วยภาษา Python
เป็น system ที่มีเสถียรภาพและประสิทธิภาพ โดยรวมทั้ง object database, web server เป็นเสมือน OS สำหรับ web application ข้อดีของ zope เมื่อเทียบกับ product อื่นๆ คือ

  • Zope เป็น Object-oriented หมายความว่าทุกสิ่งใน zope web site(web pages, images, links, files) เป็น Object รวมถึง Object database ซึ่ง database จะเป็น hierarchical ไม่ใช่ relational ซึ่งจะอยู่ในลักษณะของ hierarchical file structures
  • Zope database จะเก็บการเปล่ยนแปลง Object ทั้งหมด ทำให้สามารถ undo ได้ทั้งหมด
  • Zope มี tool มากมายที่ช่วยอำนวยความสะดวก
  • Zope สามารถใช้ได้หลาย platform ได้แก่ Unix, Linux, Mac OS, and Windows (98, 2000, XP, NT)

Installing Plone
Plone สามารถ install ได้หลาย Platform ได้แก่ Windows, Mac OSX, Linux, Unix and Solaris
โดยทางฝั่ง Server ต้องการ CPU ขั้นต่ำ 500 MHz, RAM 64 MBซึ่งส่วนใหญ่ เราคงไม่ใช้เครื่องแต่นั้นทำ Server อยู่แล้น..
การใช้งาน plone ก็เหมือนเราเปิด web ทั่วไป ต้องการแค่ browser ที่ enable cookie สำหรับการ login เท่านั้นเอง ขั้นตอนการ install ก็แล้วแต่ platform ตอนนี้ลองบน windows การ install ก็ง่ายๆ next ไปเรื่อยๆ แต่ก็จะมีให้กรอก admin user และ password ด้วยนะ

Plone Controller
หากลง Plone บน windows จะมี Plone controller เป็น GUI ที่ใช้ในการ start, stop plone นอกจากนี้ยังสามารถแก้ config บางส่วนได้ เช่น หมายเลข port ซึ่งตามปกติแล้ว เมื่อ start plone จะมี port ถูกเปิดไว้ 2 port คือ port 80 สำหรับ plone HTTP และ port 8080 สำหรับ zope management HTTP แต่ถ้าหากต้องการเปิด FTP และ WebDAV ต้องทำการแก้ไขที่ไฟล์ Data\etc\zope.conf ซึ่งจะอยู่ภายใต้ directory ที่ลง plone เอาไว้

การใช้งาน
ใช้ admin user ที่กรอกตอน install log in และสร้าง content ได้เลย หรืออาจจะสร้าง user ใหม่ก็ได้ แต่จะยังไม่สามารถ publish content ที่สร้างได้ต้องให้ admin user publish ให้อ่ะ

เฮ้อ.. สงสัยคงหยุดเรื่อง plone ไว้สักพักอ่ะ ตอนนี้เจอ documentation system ที่เจ๋งมากๆ ตัวหนึ่ง แต่ไม่ฟรี ชื่อว่า Doc-O-Matic
อืม.. ค่อยสมควรจะเก็บตังค์หน่อย เห็นมาหลายตัวเหมือนกัน ดูไม่ได้เจ๋งอะไรมากมาย บางอันก็ห่วยๆ ดันคิดตังค์เสียดาย แล้วใครจะไปซื้อเนี่ย -_-a


edit @ 2005/03/28 19:03:02