Oh Montreal
posted on 23 Oct 2006 08:06 by kaze in Kaze
ต่อจากเรื่องที่ไป Mont-Royal ตอนเช้า
พอเกือบบ่าย 1 ก็ลงมาทางหาอาหารเที่ยงที่กลางเมือง
บริเวณถนน Sainte Catherine ด้วยความเซ็งนิดๆ
เพราะกล้องแบตดันมีปัญหา ทำให้ถ่ายรูปเพิ่มไม่ได้
หลังจากกินอาหารเที่ยงเสร็จ ตอนนั้นก็ราวๆเกือบบ่าย 2 โมง
ก็ตัดสินใจว่าจะไป Place des Arts (พาร์ค เดอ ซาร์) หรือ Place of Arts นั่นแหละ
เพราะเป็นสถานที่นึงที่พวกพี่ที่มาก่อนแนะนำ
ทางเดินจากแถวที่กินอาหารเที่ยงที่ีอยู่แถวๆมหาลัย Concordia
จนถึง Place des Arts ค่อนข้างไกลเหมือนกัน
เดินผ่านความหนาวนานๆ ใบหน้าก็แสบๆเหมือนกัน เนื่องจากแห้งมาก
ทางที่เดินเป็นถนนที่ขนานกับถนน Sainte Catherine
จนมาถึงแยกก่อนถึง Place des Arts ก็เจอฝรั่งคนนึงอายุน่าจะเกิน 60
เค้าก็หันมามองอยู่หลายๆรอบเหมือนกัน
พอเดินข้ามถนนไปถึงด้านหลัง Place des Arts ฝรั่งคนนั้นก็เดินเข้ามาถาม
ว่าจะไปไหนหรือ เราก็ตอบไปว่า "Place des Arts" เค้าก็แนะนำว่า
ให้เดินไปทางฝั่งถนน Sainte Catherine ซึ่งเป็นด้านหน้าของ Place des Arts
จะมีทางลง จากนั้นเค้าก็เดินนำไป จากนั้นเค้าก็ถามว่า "เป็นคนญึ่ปุ่นใช่ไหม"
(คนญี่ปุ่นที่นี่มีเยอะมาก ดูไปดูมาน่าจะเยอะกว่าคนจีนอีก สำหรับคนเอเชียที่นี่)
เราก็ตอบไปว่า "ไม่ใช่ เราคนไทย" เค้าทำหน้าประหลาดใจแถบไม่อยากจะเชื่อ
ว่าจะเจอคนไทยใน Montreal เค้าบอกว่า กุมภาปีหน้าเค้าก็จะมาเมืองไทยอีก
เค้ามีเพื่อนอยู่เมืองไทย 2-3 คน จากนั้นเค้าก็ชี้สถานที่ต่างๆที่น่าไปให้อีก
แถมถามว่าเคยไปดู เมืองใต้ดินใน Montreal ไหม
ซึ่งจริงๆแล้วเป็นทางเชื่อตัวอาคารต่างๆใน Montreal หลายสิบอาคาร
และหลายๆอาคารก็มี ทั้งออฟฟิศ ร้านค้ามากมายอยู่ในชั้นใต้ดินเหล่านั้น
ทำให้เหมือนเป็นเมืองที่อยู่ใต้ดินจริง
สุดท้ายเค้าก็เสนอตัวพาเที่ยวให้ เค้าบอกว่า เค้าเองก็ว่างๆ
และมีโอกาสน้อยมากที่จะได้พบคนไทยใน Montreal
เค้าแนะนำตัวเองว่าชื่อ Gerry (ตอนหลังมารู้ว่า เค้าเป็นพ่อของผู้กำกับภาพยนตร์คนนึง
ในแคนาดาที่ชื่อ Denis Cote)
Gerry เริ่มจากพาเข้าไปชม Place of Arts เค้าเล่าว่าที่ Montreal เป็นเมืองแห่งศิลปะ
และความสนุกสนาน งานที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกที่จัดขึ้นที่นี่ทุกปีก็คือ
งาน Jazz festival หรือ Festival International de Jazz de Montreal
ซึ่งงานนี้จัดบริเวณ Place des Arts โดยมีเวทีการแสดงกว่า 10 เวที
นักร้อง นักดนตรีระดับโลกขึ้นแสดงกันต่อเนื่อง
ภายใน Place des Arts มีโรงละครขนาุดใหญ่ที่จุผู้ชมได้เกือบ 3 พันคน
ขนาดรองลงก็จุได้ราว 1500 คน (ดูข้อมูลได้ที่ http://www.pda.qc.ca)
หลังจากนั้นก็เดินตามทางใต้ดินมายัง Conplexe Desjardins
ซึ่งเป็นศูนย์การค้าแห่งนึง
และเดินต่อเนื่องไปยังสถานที่อีกหลายแห่ง
ที่น่าสนใจ เช่น Palais des congres ที่ด้านหนึ่งของตึกจะมีกระจกหลากสี
เวลาแสงผ่านกระจกลงสู่พื้นด้านล่างจะทำให้พื้นมีสีสันต์สวยงาม
ห้อง 1742 โรงแรม Elizabeth ที่เคยเป็นห้องพักของ John Lennon
ซึ่งหน้าห้องยังมีชื่อของ John Lennon อยู่ คนที่จะพักห้องนี้
ต้องจ่ายตังค์คืนละ 1742 เหรียญ Canada ไม่รวมภาษี เพื่อที่จะได้พัก
เหมือนกับที่ตอน John Lennon เคยพัก รวมทั้งอาหารเช้ายังเหมือนเลย
ห้องอาหารชั้นบนสุดของโรงแรม Delta เป็นห้องอาหารที่หมุนได้
เห็นวิวทิวทัศน์ของทั้งเมือง Montreal แต่น่าเสียดายตอนที่ไปมันยังไม่เปิดให้บริการ
โบสถ์ที่ภายในตกแต่งแบบเดียวกับใน วาติกัน
ถ้ามีเวลาว่างและกำลังจะเขียนเรื่องสถาที่น่าเที่ยวใน Montreal ให้ละเอียดกว่านี้แล้วกันนะ
Montreal มีที่ที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว
แต่เด่นสุดคงเป็นธรรมชาติยามนี้หล่ะมั้ง... สวยจริงๆ
พอเกือบบ่าย 1 ก็ลงมาทางหาอาหารเที่ยงที่กลางเมือง
บริเวณถนน Sainte Catherine ด้วยความเซ็งนิดๆ
เพราะกล้องแบตดันมีปัญหา ทำให้ถ่ายรูปเพิ่มไม่ได้
หลังจากกินอาหารเที่ยงเสร็จ ตอนนั้นก็ราวๆเกือบบ่าย 2 โมง
ก็ตัดสินใจว่าจะไป Place des Arts (พาร์ค เดอ ซาร์) หรือ Place of Arts นั่นแหละ
เพราะเป็นสถานที่นึงที่พวกพี่ที่มาก่อนแนะนำ
ทางเดินจากแถวที่กินอาหารเที่ยงที่ีอยู่แถวๆมหาลัย Concordia
จนถึง Place des Arts ค่อนข้างไกลเหมือนกัน
เดินผ่านความหนาวนานๆ ใบหน้าก็แสบๆเหมือนกัน เนื่องจากแห้งมาก
ทางที่เดินเป็นถนนที่ขนานกับถนน Sainte Catherine
จนมาถึงแยกก่อนถึง Place des Arts ก็เจอฝรั่งคนนึงอายุน่าจะเกิน 60
เค้าก็หันมามองอยู่หลายๆรอบเหมือนกัน
พอเดินข้ามถนนไปถึงด้านหลัง Place des Arts ฝรั่งคนนั้นก็เดินเข้ามาถาม
ว่าจะไปไหนหรือ เราก็ตอบไปว่า "Place des Arts" เค้าก็แนะนำว่า
ให้เดินไปทางฝั่งถนน Sainte Catherine ซึ่งเป็นด้านหน้าของ Place des Arts
จะมีทางลง จากนั้นเค้าก็เดินนำไป จากนั้นเค้าก็ถามว่า "เป็นคนญึ่ปุ่นใช่ไหม"
(คนญี่ปุ่นที่นี่มีเยอะมาก ดูไปดูมาน่าจะเยอะกว่าคนจีนอีก สำหรับคนเอเชียที่นี่)
เราก็ตอบไปว่า "ไม่ใช่ เราคนไทย" เค้าทำหน้าประหลาดใจแถบไม่อยากจะเชื่อ
ว่าจะเจอคนไทยใน Montreal เค้าบอกว่า กุมภาปีหน้าเค้าก็จะมาเมืองไทยอีก
เค้ามีเพื่อนอยู่เมืองไทย 2-3 คน จากนั้นเค้าก็ชี้สถานที่ต่างๆที่น่าไปให้อีก
แถมถามว่าเคยไปดู เมืองใต้ดินใน Montreal ไหม
ซึ่งจริงๆแล้วเป็นทางเชื่อตัวอาคารต่างๆใน Montreal หลายสิบอาคาร
และหลายๆอาคารก็มี ทั้งออฟฟิศ ร้านค้ามากมายอยู่ในชั้นใต้ดินเหล่านั้น
ทำให้เหมือนเป็นเมืองที่อยู่ใต้ดินจริง
สุดท้ายเค้าก็เสนอตัวพาเที่ยวให้ เค้าบอกว่า เค้าเองก็ว่างๆ
และมีโอกาสน้อยมากที่จะได้พบคนไทยใน Montreal
เค้าแนะนำตัวเองว่าชื่อ Gerry (ตอนหลังมารู้ว่า เค้าเป็นพ่อของผู้กำกับภาพยนตร์คนนึง
ในแคนาดาที่ชื่อ Denis Cote)
Gerry เริ่มจากพาเข้าไปชม Place of Arts เค้าเล่าว่าที่ Montreal เป็นเมืองแห่งศิลปะ
และความสนุกสนาน งานที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกที่จัดขึ้นที่นี่ทุกปีก็คือ
งาน Jazz festival หรือ Festival International de Jazz de Montreal
ซึ่งงานนี้จัดบริเวณ Place des Arts โดยมีเวทีการแสดงกว่า 10 เวที
นักร้อง นักดนตรีระดับโลกขึ้นแสดงกันต่อเนื่อง
ภายใน Place des Arts มีโรงละครขนาุดใหญ่ที่จุผู้ชมได้เกือบ 3 พันคน
ขนาดรองลงก็จุได้ราว 1500 คน (ดูข้อมูลได้ที่ http://www.pda.qc.ca)
หลังจากนั้นก็เดินตามทางใต้ดินมายัง Conplexe Desjardins
ซึ่งเป็นศูนย์การค้าแห่งนึง
และเดินต่อเนื่องไปยังสถานที่อีกหลายแห่ง
ที่น่าสนใจ เช่น Palais des congres ที่ด้านหนึ่งของตึกจะมีกระจกหลากสี
เวลาแสงผ่านกระจกลงสู่พื้นด้านล่างจะทำให้พื้นมีสีสันต์สวยงาม
ห้อง 1742 โรงแรม Elizabeth ที่เคยเป็นห้องพักของ John Lennon
ซึ่งหน้าห้องยังมีชื่อของ John Lennon อยู่ คนที่จะพักห้องนี้
ต้องจ่ายตังค์คืนละ 1742 เหรียญ Canada ไม่รวมภาษี เพื่อที่จะได้พัก
เหมือนกับที่ตอน John Lennon เคยพัก รวมทั้งอาหารเช้ายังเหมือนเลย
ห้องอาหารชั้นบนสุดของโรงแรม Delta เป็นห้องอาหารที่หมุนได้
เห็นวิวทิวทัศน์ของทั้งเมือง Montreal แต่น่าเสียดายตอนที่ไปมันยังไม่เปิดให้บริการ
โบสถ์ที่ภายในตกแต่งแบบเดียวกับใน วาติกัน
ถ้ามีเวลาว่างและกำลังจะเขียนเรื่องสถาที่น่าเที่ยวใน Montreal ให้ละเอียดกว่านี้แล้วกันนะ
Montreal มีที่ที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว
แต่เด่นสุดคงเป็นธรรมชาติยามนี้หล่ะมั้ง... สวยจริงๆ
Tags: canada, montreal, travel3 Comments
ปล.เอารูปอีก หุหุ
#1 By ~S G u i~ on 2006-10-23 20:46