เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย UK
posted on 06 Oct 2005 12:04 by kaze in Kaze
หลังจากตอนที่แล้ว บอกว่าจะเอาเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยมาเล่าให้ฟัง
เผื่อว่าจะเป็นข้อมูลสำหรับคนที่จะไปเที่ยวหรือเรียนต่อ...
Visa - ใช้เวลาทำ 1-3 วัน(ถ้ามีตั๋วเครื่องบิน แล้วบอกให้เจ้าหน้าที่เร่งให้ได้
ใช้เวลา 1 วัน แต่ต้องมีหลักฐานที่แสดงมีการยืนยันเที่ยวบิน)
สถานทูตอยู่ตรงถนนวิทยุ ลงรถไฟฟ้าตรงสถานีเพลินจิต เยื้อง Homepro
แนะนำให้ทำ Schengen visa เลยถ้าต้องการจะเที่ยวยุโรปด้วย
เพราะถ้าไปทำที่ UK จะค่อนข้างช้า (Visa France ใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์)
สนามบิน - เท่าที่สังเกตุจาก flight ที่บินจากเมืองไทย ถ้าเป็นเครื่อง British และ Qantas
จะไปลงที่ Heathrow airport ตรง Terminal 4 ทุก flight (คงเหมือนการบินไทยที่อยู่ Terminal 1)
ช่องตรวจคนเข้าเมืองมีค่อนข้างน้อย จะมีช่องสำหรับคนใน EU โดยเฉพาะ
กับประเทศอื่นๆ ถ้าไม่อยากเสียเวลาต่อคิวนานมาก ควรจะรีบไปยังช่องตรวจโดยเร็ว
เพราะถ้าช่วงนั้นมี flight ลงหลายๆ flight จะนานมาก (วันที่ไปถึงรอตั้ง 45 นาทีแหนะ -_-")
เงิน - หน่วยเงินของ UK อ่านว่า พาวน์ (ไม่ใช่ ปอนด์) หน่อยย่อย อ่านว่า เพนน์
แต่บางคนจะอ่านว่า พี (สัญลักษณ์ พาวน์จะใช้เครื่องหมาย เพาวน์ "£"
ส่วนเพนน์จะใช้ตัวอักษรพีเล็ก "p") อัตราแลกเปลี่ยนจะอยู่ประมาณ 71-74 บาทต่อ 1 พาวน์
แบงค์จะมีแบบ 50, 20, 10 และ 5 พาวน์ โดยปกติไม่ค่อยจะมีใครใช้ 50 พาวน์สักเท่าไหร่
(ถ้าซื้อของสัก 5 พาวน์ แล้วจ่ายแบงค์ 50 ความรู้สึกของคนขายจะประมาณว่า
อยู่เมืองไทยขึ้นรถเมลล์แล้วจ่ายแบงค์ 1000) ประมาณว่าจ่ายไปทีเค้าก็เอาไปส่องดู
ว่าแบงค์จริงหรือเปล่าเนี่ย..
เหรียญจะมีแบบ 2 และ 1 พาวน์, 50, 20, 10, 5, 2 และ 1 เพนน์
ก่อนกลับเมืองไทยเหรียญควรจะใช้ให้หมดเพราะ ธนาคารจะไม่รับแลกเหรียญ
ราคาของ - เป็นปกติอยู่แล้ว ที่ส่วนใหญ่จะแพงกว่าในเมืองไทย จะมีแต่พวกแบรนด์ของ UK เอง
และของบางอย่างเท่านั้นที่ราคาถูกกว่า
แต่ถ้าเป็นแบรนด์ของ US จะแพงกว่าเมืองไทยมากเหมือนกัน (Levi แพงกว่าไทยเกือบเท่าตัว)
สำหรับของฝากยอดฮิตอย่างถุงหิ้วของ Harrod นั้น ให้่ซื้อที่ร้านของ Harrod ในสนามบินจะถูกกว่า 2-3 พาวน์
เวลาซื้อต้่องบอกเที่ยวบินของเรากับพนักงานขายด้วยนะ
การเดินทาง - ระบบขนส่งที่ UK ค่อนข้างเชื่อมต่อกันดี
จาก map ของ tube จะแบ่ง London เป็น 6 zone
Map - http://www.tfl.gov.uk/tfl/pdfdocs/colourmap.gif
ถ้ารู้จักแหล่งท่องเที่ยวใน London ไม่อยากเดิน ก็ควรจะซื้อ Day travel card
บัตรเดียวใช้ได้ทั้ง railway(รถไฟธรรมดา), tube(รถไฟใต้ดิน) และ รถ bus
ถ้าอาศัยอยู่หรือต้องเดินทางไป zone 6 (นอกสุด)
ก็ซื้อแบบใช้ได้ทุก zone ราคา 6 พาวน์ แต่ถ้าเดินทางแค่ zone 1, 2 ก็ซื้อ
แบบใช้ได้แค่ zone 1-4 (หรือ 1-2 เนี่ยแหละ ไม่รู้ เพราะเราใช้แบบทุก zone)
ราคาจะแค่ 4 พาวน์ ที่พักเราอยู่ zone 6 เลยต้องซื้อแบบทุก zone
แต่ถ้าคิดว่าวะไปเที่ยว Palace หรือที่ท่องเที่ยวที่ใดแบบทั้งวัน ที่ tube ไม่ผ่าน
มีแต่ railway ผ่านแนะนำให้ซื้อ return ticket (ตั๋วไป-กลับ) เพราะจะถูกกว่า
แบบ single ticket ค่อนข้างมาก อย่างสถานีรถไฟของเรา นั่งไป Waterloo
(สถานีใกล้ๆ London eye) ถ้า single จะราคา 3.50 พาวน์ แต่ถ้าเป็นแบบ
return จะราคา 4 พาวน์
แต่ถ้าไปเที่ยวกับเพื่อนๆเกิน 2 คนขึ้นไปให้ซื้อแบบ Group save
จ่ายในราคา 2 คน แต่ได้ตั๋ว 4 ใบ
สำหรับคนที่เที่ยววันเสาร์
ควรจะตรวจสอบตารางเวลาให้ดี tube บางสายจะปิดเพื่อซ่อมแซมราง
และ railway ก็เช่นกัน (railway ดูได้จาก timetable ที่แจกตามสถานีแหละ)
ส่วนใหญ่หลัง 5 ทุ่มวันเสาร์จะมีปิดเพื่อซ่อมแซม (ปกติเที่ยวสุดท้ายจะประมาณ 23.45)
แต่ถ้าสถานีที่ขึ้นเป็นสถานีใหญ่ วันเสาร์จะเป็นวันที่มีรถเร็วทุก ชม.
เช่น ทุกนาทีที่ 13 จะมีรถไฟจิดสถานีที่คุณขึ้น แล้วจอดเฉพาะสถานีใหญ่ๆเท่านั้น
ซึ่งจะเร็วมาก (สถานีที่เราขึ้นก็เป็นสถานีใหญ่ ปกติแล้วจะใช้เวลาประมาณ 30 นาที
ถึง Waterloo แต่ถ้ารถที่จอดน้อยๆ บางที 15 นาทีก็ถึงแล้ว)
ถ้าจะรู้ว่าต้องเดินทางด้วย rail หรือ coach ล่วงหน้าสัก 2 สัปดาห์ขึ้นไป
ให้ซื้อตั๋วล่วงหน้า 2 สัปดาห์จะได้ลด 10% หรือ
ถ้าอยู่ UK เกิน 1 ปี, เที่ยวบ่อย, เดินทางโดย rail หรือ coach
และอายุอยู่ระหว่าง 16-25 ปี หรือเรียน Full-time สามารถทำบัตร
Young persons railcard สำหรับ rail และ NX2 สำหรับ coach ได้
ส่วนลดก็ 30% และ 1 ใน 3 ของราคาเต็ม ค่าสมัครก็ 20 และ 10 พาวน์ ตามลำดับ
รายละเอียด
Young persons railcard - ํhttp://www.youngpersons-railcard.co.uk
NX2 - http://www.nationalexpress.com/save/nx2.cfm
ถ้านั่งรถ bus ไปกลับไม่กี่เที่ยว แบบว่านั่งไปทำงานแล้วกลับที่พัก
ก็ซื้อตั๋วแบบ saver จะเป็นแบบตั๋ว 6 ใบ ราคา 6 พาวน์
แต่ถ้าขึ้นแล้วจ่ายตอนนั้นจะเสียครั้งละ 1.2 พาวน์ ประหยัดไป 1 พาวน์
ร้านอาหาร - ที่แนะนำก็มีร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อ Misato แถวๆ china town
รสชาติใช้ได้ แต่ที่สำคัญคือให้เยอะมากและราคาไม่แพง
แต่ต้องต่อแถวนานหน่อยนะ เพราะคนต่อเยอะมาก ประมาณว่าไม่เคยต่อ
แถวเพื่อเข้าร้านอาหารขนาดนี้ (แถวยามประมาณ 15-20 เมตรอ่ะ)
ร้านอาหารจีนที่ Liverpool ใกล้ๆ Radio tower หรือถ้าแถวๆ London ก็ที่
King noodle ตรงสถานี Lewisham ส่วนร้านอาหารหรูๆ ไม่ไหวแพงจัด
ดื่ม - ตามธรรมเนียมของคนอังกฤษแล้วเค้าจะดื่ม ก่อนกินอาหาร
แม้แต่มื้อเที่ยงบางมื้อยังดื่มกันเลย ส่วนใหญ่จะดื่มเบียร์ ไม่ค่อยเห็นดื่มเหล้า
London eye - ตอนสัก 10 โมงเช้า ถึง บ่าย 3 คนจะเยอะมากๆ
เพราะฉะนั้นถ้าไม่ยากรอนาน แนะนำให้ขึ้นตอนกลางคืน จะเร็วกว่ามาก
ตอนที่ไปเราขึ้นสักเกือบ 3 ทุ่มเห็นจะได้
.... อืม แค่เนี๊ยะแหละมั้ง..
เผื่อว่าจะเป็นข้อมูลสำหรับคนที่จะไปเที่ยวหรือเรียนต่อ...
Visa - ใช้เวลาทำ 1-3 วัน(ถ้ามีตั๋วเครื่องบิน แล้วบอกให้เจ้าหน้าที่เร่งให้ได้
ใช้เวลา 1 วัน แต่ต้องมีหลักฐานที่แสดงมีการยืนยันเที่ยวบิน)
สถานทูตอยู่ตรงถนนวิทยุ ลงรถไฟฟ้าตรงสถานีเพลินจิต เยื้อง Homepro
แนะนำให้ทำ Schengen visa เลยถ้าต้องการจะเที่ยวยุโรปด้วย
เพราะถ้าไปทำที่ UK จะค่อนข้างช้า (Visa France ใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์)
สนามบิน - เท่าที่สังเกตุจาก flight ที่บินจากเมืองไทย ถ้าเป็นเครื่อง British และ Qantas
จะไปลงที่ Heathrow airport ตรง Terminal 4 ทุก flight (คงเหมือนการบินไทยที่อยู่ Terminal 1)
ช่องตรวจคนเข้าเมืองมีค่อนข้างน้อย จะมีช่องสำหรับคนใน EU โดยเฉพาะ
กับประเทศอื่นๆ ถ้าไม่อยากเสียเวลาต่อคิวนานมาก ควรจะรีบไปยังช่องตรวจโดยเร็ว
เพราะถ้าช่วงนั้นมี flight ลงหลายๆ flight จะนานมาก (วันที่ไปถึงรอตั้ง 45 นาทีแหนะ -_-")
เงิน - หน่วยเงินของ UK อ่านว่า พาวน์ (ไม่ใช่ ปอนด์) หน่อยย่อย อ่านว่า เพนน์
แต่บางคนจะอ่านว่า พี (สัญลักษณ์ พาวน์จะใช้เครื่องหมาย เพาวน์ "£"
ส่วนเพนน์จะใช้ตัวอักษรพีเล็ก "p") อัตราแลกเปลี่ยนจะอยู่ประมาณ 71-74 บาทต่อ 1 พาวน์
แบงค์จะมีแบบ 50, 20, 10 และ 5 พาวน์ โดยปกติไม่ค่อยจะมีใครใช้ 50 พาวน์สักเท่าไหร่
(ถ้าซื้อของสัก 5 พาวน์ แล้วจ่ายแบงค์ 50 ความรู้สึกของคนขายจะประมาณว่า
อยู่เมืองไทยขึ้นรถเมลล์แล้วจ่ายแบงค์ 1000) ประมาณว่าจ่ายไปทีเค้าก็เอาไปส่องดู
ว่าแบงค์จริงหรือเปล่าเนี่ย..
เหรียญจะมีแบบ 2 และ 1 พาวน์, 50, 20, 10, 5, 2 และ 1 เพนน์
ก่อนกลับเมืองไทยเหรียญควรจะใช้ให้หมดเพราะ ธนาคารจะไม่รับแลกเหรียญ
ราคาของ - เป็นปกติอยู่แล้ว ที่ส่วนใหญ่จะแพงกว่าในเมืองไทย จะมีแต่พวกแบรนด์ของ UK เอง
และของบางอย่างเท่านั้นที่ราคาถูกกว่า
แต่ถ้าเป็นแบรนด์ของ US จะแพงกว่าเมืองไทยมากเหมือนกัน (Levi แพงกว่าไทยเกือบเท่าตัว)
สำหรับของฝากยอดฮิตอย่างถุงหิ้วของ Harrod นั้น ให้่ซื้อที่ร้านของ Harrod ในสนามบินจะถูกกว่า 2-3 พาวน์
เวลาซื้อต้่องบอกเที่ยวบินของเรากับพนักงานขายด้วยนะ
การเดินทาง - ระบบขนส่งที่ UK ค่อนข้างเชื่อมต่อกันดี
จาก map ของ tube จะแบ่ง London เป็น 6 zone
Map - http://www.tfl.gov.uk/tfl/pdfdocs/colourmap.gif
ถ้ารู้จักแหล่งท่องเที่ยวใน London ไม่อยากเดิน ก็ควรจะซื้อ Day travel card
บัตรเดียวใช้ได้ทั้ง railway(รถไฟธรรมดา), tube(รถไฟใต้ดิน) และ รถ bus
ถ้าอาศัยอยู่หรือต้องเดินทางไป zone 6 (นอกสุด)
ก็ซื้อแบบใช้ได้ทุก zone ราคา 6 พาวน์ แต่ถ้าเดินทางแค่ zone 1, 2 ก็ซื้อ
แบบใช้ได้แค่ zone 1-4 (หรือ 1-2 เนี่ยแหละ ไม่รู้ เพราะเราใช้แบบทุก zone)
ราคาจะแค่ 4 พาวน์ ที่พักเราอยู่ zone 6 เลยต้องซื้อแบบทุก zone
แต่ถ้าคิดว่าวะไปเที่ยว Palace หรือที่ท่องเที่ยวที่ใดแบบทั้งวัน ที่ tube ไม่ผ่าน
มีแต่ railway ผ่านแนะนำให้ซื้อ return ticket (ตั๋วไป-กลับ) เพราะจะถูกกว่า
แบบ single ticket ค่อนข้างมาก อย่างสถานีรถไฟของเรา นั่งไป Waterloo
(สถานีใกล้ๆ London eye) ถ้า single จะราคา 3.50 พาวน์ แต่ถ้าเป็นแบบ
return จะราคา 4 พาวน์
แต่ถ้าไปเที่ยวกับเพื่อนๆเกิน 2 คนขึ้นไปให้ซื้อแบบ Group save
จ่ายในราคา 2 คน แต่ได้ตั๋ว 4 ใบ
สำหรับคนที่เที่ยววันเสาร์
ควรจะตรวจสอบตารางเวลาให้ดี tube บางสายจะปิดเพื่อซ่อมแซมราง
และ railway ก็เช่นกัน (railway ดูได้จาก timetable ที่แจกตามสถานีแหละ)
ส่วนใหญ่หลัง 5 ทุ่มวันเสาร์จะมีปิดเพื่อซ่อมแซม (ปกติเที่ยวสุดท้ายจะประมาณ 23.45)
แต่ถ้าสถานีที่ขึ้นเป็นสถานีใหญ่ วันเสาร์จะเป็นวันที่มีรถเร็วทุก ชม.
เช่น ทุกนาทีที่ 13 จะมีรถไฟจิดสถานีที่คุณขึ้น แล้วจอดเฉพาะสถานีใหญ่ๆเท่านั้น
ซึ่งจะเร็วมาก (สถานีที่เราขึ้นก็เป็นสถานีใหญ่ ปกติแล้วจะใช้เวลาประมาณ 30 นาที
ถึง Waterloo แต่ถ้ารถที่จอดน้อยๆ บางที 15 นาทีก็ถึงแล้ว)
ถ้าจะรู้ว่าต้องเดินทางด้วย rail หรือ coach ล่วงหน้าสัก 2 สัปดาห์ขึ้นไป
ให้ซื้อตั๋วล่วงหน้า 2 สัปดาห์จะได้ลด 10% หรือ
ถ้าอยู่ UK เกิน 1 ปี, เที่ยวบ่อย, เดินทางโดย rail หรือ coach
และอายุอยู่ระหว่าง 16-25 ปี หรือเรียน Full-time สามารถทำบัตร
Young persons railcard สำหรับ rail และ NX2 สำหรับ coach ได้
ส่วนลดก็ 30% และ 1 ใน 3 ของราคาเต็ม ค่าสมัครก็ 20 และ 10 พาวน์ ตามลำดับ
รายละเอียด
Young persons railcard - ํhttp://www.youngpersons-railcard.co.uk
NX2 - http://www.nationalexpress.com/save/nx2.cfm
ถ้านั่งรถ bus ไปกลับไม่กี่เที่ยว แบบว่านั่งไปทำงานแล้วกลับที่พัก
ก็ซื้อตั๋วแบบ saver จะเป็นแบบตั๋ว 6 ใบ ราคา 6 พาวน์
แต่ถ้าขึ้นแล้วจ่ายตอนนั้นจะเสียครั้งละ 1.2 พาวน์ ประหยัดไป 1 พาวน์
ร้านอาหาร - ที่แนะนำก็มีร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อ Misato แถวๆ china town
รสชาติใช้ได้ แต่ที่สำคัญคือให้เยอะมากและราคาไม่แพง
แต่ต้องต่อแถวนานหน่อยนะ เพราะคนต่อเยอะมาก ประมาณว่าไม่เคยต่อ
แถวเพื่อเข้าร้านอาหารขนาดนี้ (แถวยามประมาณ 15-20 เมตรอ่ะ)
ร้านอาหารจีนที่ Liverpool ใกล้ๆ Radio tower หรือถ้าแถวๆ London ก็ที่
King noodle ตรงสถานี Lewisham ส่วนร้านอาหารหรูๆ ไม่ไหวแพงจัด
ดื่ม - ตามธรรมเนียมของคนอังกฤษแล้วเค้าจะดื่ม ก่อนกินอาหาร
แม้แต่มื้อเที่ยงบางมื้อยังดื่มกันเลย ส่วนใหญ่จะดื่มเบียร์ ไม่ค่อยเห็นดื่มเหล้า
London eye - ตอนสัก 10 โมงเช้า ถึง บ่าย 3 คนจะเยอะมากๆ
เพราะฉะนั้นถ้าไม่ยากรอนาน แนะนำให้ขึ้นตอนกลางคืน จะเร็วกว่ามาก
ตอนที่ไปเราขึ้นสักเกือบ 3 ทุ่มเห็นจะได้
.... อืม แค่เนี๊ยะแหละมั้ง..
#1 By * ฉาวอำ CHALAM ตัวหนังสือมีชีวิต * on 2005-10-11 18:55