คำนิยามด้านเศรษฐกิจ
posted on 03 May 2005 14:38 by kaze in Moneyหนังสือที่ยืมมาเล่มแรกชื่อ Made it easy อะไรเนี่ยแหละ
ของ Warren Buffett แต่จำชื่อคนแปลไม่ได้ หน้าปกเป็นรูปตาชั่ง
อ่านได้สัก 2 ใน 3 ก็เกิดอาการสมองโล่งๆ รู้สึกไม่ค่อยได้อะไร
หลังจากนั้นก็หมกเอาไว้แสนนาน เกือบปี
ถึงจึงได้หยิบอีกเล่มขึ้นมาอ่าน
ชื่อ นักลงทุนผู้ชาญฉลาด ของวิกรม เกษมวุฒิ
ตอนแรกๆอ่านไปก็รู้สึกโอเค เข้าใจดีแฮะ
แต่พออ่านไปได้สักครึ่งถึงเรื่องของนโยบายการคลัง
ชักเริ่มจะเกิดอาการลืมๆ ความหมายของคำบางคำ -_-"
(อะไรฟ่ะ เรื่องที่อยากจะจำได้ดันจำไม่ได้
แต่เรื่องไม่อยากจะจำดัน จำไม่ลืม T_T)
วันนี้เลยกะจะเขียนเกี่ยวกับคำต่างๆในด้านเศรษฐกิจ
เอาแบบเข้าใจง่ายๆ เพราะตัวเองตอนนี้ก็ยังไม่ได้รู้ลึกซึ้ง
ตอนนี้เอาแค่ข้อมูลพื้นๆ ขึ้นบลอกไว้ก่อน
เวลาลืมจะได้มานั่งอ่านได้ เอามาจากเว็บของกระทรวงการคลัง
หรือว่าจะหาอ่านได้จาก ห้องสมุดวิทยพัฒน์ ก็ได้นะ
เนื้อหาที่เขียนแบ่งตามความเกี่ยวข้องของศัพท์เหล่านั้น
การขยายตัวทางเศรษฐกิจ
- GDP (Gross Domestic Product) หรือ ผลิตภัณฑ์ในประเทศ
หมายถึง มูลค่าของสินค้าและบริการขั้นสุดท้ายที่ผลิตขึ้นภายในประเทศ
โดยยึดถือจากอาณาเขตของประเทศเป็นหลัก
ไม่คำนึงว่าทรัพยากรที่ใช้ในการผลิตสินค้าจะมาจากไหน
นั่นหมายความว่า ชาวต่างชาติที่นำทรัพยากรมาตั้งโรงงาน
ในประเทศไทย ผลผลิตที่ได้จะถูกรวมในค่า GDP ของไทย
- GNP (Gross National Product) หรือ ผลิตภัณฑ์ประชาชาติ หมายถึง
มูลค่าของสินค้าและบริการขั้นสุดท้ายทั้งหมด โดยใช้ทรัพยากร
ของประเทศนั้นๆ
- NDP (Net Domestic Product) หรือ ผลิตภัณฑ์ในประเทศสุทธิ
หมายถึง ผลิตภัณฑ์ในประเทศ หักด้วยค่าเสื่อมราคา(Depreciation)
- NNP (Net National Product) หรือ ผลิตภัณฑ์ประชาชาติสุทธิ
หมายถึง ผลิตภัณฑ์ประชาชาติ หักด้วยค่าเสื่อมราคา
- NI (National Income) หรือ รายได้ประชาชาติ หมายถึง
ผลตอบแทนจากปัจจัยการผลิต(Factor cost) แต่ NNP จะเป็น
ค่าตามราคาตลาด(Market price) ซึ่ง Factor cost จะประกอบด้วย
ค่าจ้าง, ค่าเช่า, ดอกเบี้ย และกำไร แต่ Market price จะรวมภาษี
ทางอ้อมธุรกิจ(Indirect business tax)
- PI (Personal Income) คือ รายได้ทั้งหมดก่อนหักภาษี
- DI (Disposable Income) คือ รายได้หลังหักภาษีเงินได้ส่วนบุคคล
เป็นรายได้ที่แสดงถึงอำนาจซื้อและการออมของประชาชน
เสถียรภาพทางการเงิน
แบ่งเป็น
1. เสถียรภาพภายใน
- Inflation (เงินเฟ้อ) คือ ภาวะที่ราคาสินค้าและบริการทั่วไป
เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นมากจะกระทบต่อ
การครองชีพ ในประเทศไทยวัดจากอัตราการเปลี่ยนแปลงของ
ดัชนีราคาผู้บริโภค ที่คำนวณจากค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก
ของราคาสินค้าและบริการต่างๆ ที่ผู้บริโภคซื้อหาเป็นประจำ
ค่านี้จัดทำโดยกรมการค้าภายใน สาเหตุที่เกิดเงินเฟ้อ คือ
สินค้ามีน้อยกว่าความต้องการของตลาด หรืออาจเป็นเพราะ
ต้นทุนในการผลิตเพิ่มสูงขึ้น
- Deflation (เงินฝืด) คือ ภาวะที่ราคาสินค้าและบริการทั่วไป
ลดลงอย่างต่อเนื่อง
2. เสถียรภาพภายนอก
- CA (Current Account) หรือ ดุลบัญชีเดินสะพัด คือ
ผลรวมของดุลการค้า ดุลบริการ รายได้ และ เงินโอน
- Trade Balance หรือ ดุลการค้า คือ ผลต่างสุทธิระหว่าง
มูลค่าสินค้าออก กับ มูลค่าสินค้าเข้า - Net services หรือ ดุลบริการ คือ ผลต่างสุทธิที่แสดงถึง
การค้าด้านบริการ เช่น ค่าขนส่ง, ค่าท่องเที่ยว, ค่าสิทธิบัตร,
ค่าประกันภัย เป็นต้น - Income หรือ รายได้ ซึ่งได้จากการจ้างงานในรูปของเงินเดือน
และสวัสดิการ หรือ รายได้่จากการลงทุนในต่างประเทศ - Current transfers หรือ เงินโอนและบริจาค คือ เงินบริจาค
หรือเงินช่วยเหลือต่างๆที่คนที่มีถิ่นฐานในประเทศ ได้รับจาก
ผู้มีถิ่นฐานในต่างประเทศ
- KA & FA (Capital and Finance Account) หรือ
ดุลบัญชีเงินทุนเคลื่อนย้าย เป็นธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์
และหนี้สินระหว่างผู้มีถิ่นฐานในประเทศ กับผู้มีถิ่นฐานในต่างประเทศ
ประกอบด้วย
- บัญชีทุน(Capital account)คือ รายรับและรายจ่ายที่เกิดจาก
1) ธุรกรรมเคลื่อนย้ายเงินทุน(Capital Transfer) ทั้งในรูปตัวเงิน
และในรูปมิใช่ตัวเงิน ได้แก่ การโอนย้ายเงินทุนที่เกิดจาก
การซื้อขายสินทรัพย์ถาวร การโอนสิทธิในทรัพย์สินถาวร
และการยกเลิกหนี้สินโดยเจ้าหนี้ หรือ อาจจะเกิดจาก
2) การซื้อขายทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดการผลิต
และมิใช่ทรัพย์สินทางการเงิน หมายถึง
การซื้อขายทรัพย์สินที่จับต้องได้ เช่น ที่ดิน
และทรัพย์สินที่ไม่สามารถจับต้องได้ เช่น ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร
เครื่องหมายการค้าและสัญญาเช่าซื้อเฉพาะกรณีการซื้อขายที่ดิน
โดยสถานทูตถือเป็นข้อยกเว้นเนื่องจากเป็นการโอน
ความเป็นเจ้าของระหว่างผู้มีถิ่นฐานในประเทศด้วยกัน
โดยให้ถือว่าผู้มีถิ่นฐานในต่างประเทศที่ซื้อที่ดินนั้น
มีเพียงการเรียกร้องทางการเงิน(Financial Claim)
ต่อผู้มีถิ่นฐานในประเทศเท่านั้น
ในปัจจุบันยังไม่สามารถแยกรายการนี้ได้
โดยยังรวมอยู่ในรายการเงินโอนและบริจาคและบัญชีการเงิน - บัญชีการเงิน (Financial Account) หมายถึง
ธุรกรรมที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์
และหนี้สินทางการเงินระหว่างประเทศ
ซึ่งครอบคลุมถึงการลงทุนโดยตรง การลงทุนในหลักทรัพย์
และการลงทุนอื่นๆ
- International Reserves/Reserves Assets หรือ
เงินสำรองระหว่างประเทศ คือ สินทรัพย์ต่างประเทศที่ถือครอง
หรือควบคุมโดยธนาคารกลาง และสามารถนำมาใช้ประโยชน์ทันทีที่จำเป็น
เช่น การชดเชยการขาดดุลการชำระเงิน หรือใช้เป็นเครื่องมือหนึ่ง
ในการดำเนินนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนเงินสำรองระหว่างประเทศ
ประกอบด้วย ทองคำ สิทธิพิเศษถอนเงิน(Special Drawing Rights : SDR)
สินทรัพย์ส่งสมทบกองทุนการเงินระหว่างประเทศ
และสินทรัพย์ในรูปเงินตราต่างประเทศ
- External debt หรือ หนี้ต่างประเทศ หมายถึง
ยอดคงค้างหนี้สินส่วนที่ไม่ใช่หุ้นของผู้มีถิ่นฐานในประเทศก่อขึ้น
กับผู้มีถิ่นในต่างประเทศ ทั้งหนี้สินที่มีดอกเบี้ย หรือไม่มีดอกเบี้ย
โดยมีภาระผูกพันที่จะต้องชำระคืนเงินต้น โดยรวมหนี้สินทุกสกุลเงิน
และทุกประเภทของการกู้ยืม
- Exchange rate หรือ อัตราแลกเปลี่ยน เป็นอัตราที่เทียบระหว่าง
ค่าของเงินสกุลหนึ่ง กับ หนึ่งหน่วยของเงินสกุลหลัก โดยแยกได้
เป็น 3 ระบบใหญ่ๆ คือ
- Pegged หรือ ระบบที่ผูกค่ากับเงินสกุลอื่น ซึ่งอาจจะเป็น
การผูกค่ากับเงินสกุลเดียว(Single currency) หรือเป็น
ผูกค่ากับกลุ่มสกุลที่เรียกว่าระบบตะกร้า(Composite
currency) - Flexibility Limited หรือ ระบบที่มีความยืดหยุ่นจำกัด
- More Flexible หรือ ระบบที่มีความยืดหยุ่นสูง
เป็นระบบอัตราแลกเปลี่ยนที่ขึ้นอยู่กับอุปสงค์
และอุปทานของเงินตราต่างประเทศ ซึ่งค่าของเงิน
จะมีความผันผวนมากกว่า 2 ระบบแรก โดยแบ่งย่อยเป็น
3.1 ระบบลอยตัวภายใต้การจัดการ(Managed หรือ Dirty
Floating)
3.2 ระบบลอยตัวเสรี(Independent หรือ Free Float)
เป็นระบบที่ค่าเงินลอยตัวตามกลไกตลาดมากที่สุด
ธนาคารกลางอาจเข้าแทรกแซงในตลาดบ้าง
เพื่อชี้นำทิศทาง แต่มิใช่เพื่อสวนทางกับการเคลื่อนไหว
ของอัตราแลกเปลี่ยนในตลาด
ระบบการเงิน(Financial system)
- Interbank Rate หรือ อัตราดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมระหว่างธนาคาร
เป็นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมในตลาดเงินระยะสั้น
เพื่อใช้ในการปรับสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์
โดยธุรกรรมอาจจะอยู่ในรูป การกู้ยืมแบบจ่ายคืนเมื่อทวงถาม(at call)
หรือเป็นการกู้ยืมแบบมีกำหนดระยะเวลา(term) ตั้งแต่ 1 วัน ถึง 6 เดือน
ในทางปฏิบัติส่วนใหญ่ 50-70 % เป็นการกู้ยืมระยะ 1 วัน(Overnight)
- Lending rate หรือ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้
- MLR(Minimum Lending Rate) หมายถึง อัตราดอกเบี้ยเงินกู้
แบบมีระยะเวลาที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่
ชั้นดี - MOR(Minimum Overdraft Rate) หมายถึง อัตราดอกเบี้ย
ประเภทเบิกเกินบัญชีที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจากลูกค้า
รายใหญ่ชั้นดี - MRR(Minimum Retail Rate) หมายถึง อัตราดอกเบี้ยเงินกู้
ที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจากลูกค้ารายย่อยชั้นดี ซึ่งค่านี้
จะสัมพันธ์กับ MLR เพื่อสะท้อนระดับความเสี่ยงที่แตกต่าง
กันระหว่างลูกค้ารายใหญ่กับลูกค้ารายย่อย โดยบวกส่วนต่าง
ได้สุงสุดไม่เกิน 4 % ต่อปี
การคลัง
- Treasury Balance หรือ เงินคงคลัง คือ เงินสดและเงินฝากของ
กระทรวงการคลัง
- Budgetary Balance หรือ ดุลงบประมาณ หมายถึง ส่วนต่าง
ระหว่างประมาณการรายได้และประมาณการรายจ่าย
ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารงบประมาณประจำปี
- Cash Balance หรือ ดุลเงินสดรัฐบาล หมายถึง ส่วนต่างระหว่าง
รายได้และรายจ่ายจริงของรัฐบาล ทั้งจากเงินในและนอกงบประมาณ
เงินในงบประมาณ หมายถึง รายได้แผ่นดินและรายจ่ายตามงบประมาณ
ซึ่งรายได้ประกอบด้วย รายได้จากภาษีอากร รายได้จากการขายสินค้า
และบริการ รายได้จากรัฐพาณิชย์และรายได้อื่นๆ รายจ่ายประกอบด้วย
รายจ่ายหมวดเงินเดือนและค่าจ้าง ส่วนเงินนอกงบประมาณ หมายถึง
เงินที่ส่วนราชการมีอยู่ซึ่งไม่อยู่ในข่ายที่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน
หรือไม่ใช่รายจ่ายตามงบประมาณ ซึ่งส่วนราชการจะนำเงินดังกล่าว
มาฝากไว้กับกระทรวงการคลัง เช่น เงินทุนหมุนเวียน
หนี้สาธารณะ
- PN(Promissory Notes) ตั๋วสัญญาใช้เงิน(เพื่อชดเชยการขาดดุล)
- T-Bill(Treasury Bill) ตั๋วเงินคงคลัง(เพื่อชดเชยการขาดดุล)
อืม.. แค่เนี้ยแหละ -_-" ไม่น่าเป็นคนขี้ลืมเลย

ก็ใช่อ่ะดิ.. ตอนแรกจำผิดคิดว่าให้อ่านเล่มนั้นก่อน
ป่าวคับ เราจบวิดวะอ่ะ แต่ถ้าศึกษาพวกเสดสาดกับบัญชีไว้บ้าง จะได้คุยกับสาวเสดสาด-บัญชีรู้เรื่อง ไง

ของคุณวกรม ดีใช่มะล่า มีอีก 2 เล่ม สนมะ
#1 By house on 2005-05-06 14:41